วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552

การให้วัคซีนในสุนัข


ให้วัคซีนในสุนัข
การฉีดวัคซีนในสุนัขนับว่ามีความสำคัญมาก เหตุเพราะโรคต่าง ๆ ที่ต้องฉีดวัคซีน ป้องกันไว้ก่อนนั้น มักจะเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาหรือรักษาให้หายยาก และเป็นโรค ติดต่อที่แพร่กระจายไปยังสุนัขตัวอื่นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สุนัขมีอาการป่วยอย่าง รุนแรง และมีอัตราการตายสูง การฉีดวัคซีนจึงเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้สุนัขสามารถ ต้านทานต่อการเกิดโรคเหล่านั้นได้ คุณภาพวัคซีนที่ดีสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับ สุนัขได้นั้นขึ้นอยู่กับการเก็บรักษาที่ถูกต้องและการใช้ที่ถูกวิธี ซึ่งสัตวแพทย์จะรู้
ดีชนิดของวัคซีนที่มีใช้อยู่ในเมืองไทยมีอยู่ 4 ชนิดคือ

1. วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

2. วัคซีนป้องกันโรค หัดสุนัข ตับอักเสบ และเลปโตสไปโรซีส (รวมเข็มเดียวกัน)

3. วัคซีนป้องกันโรคลำไส้อักเสบ

4. วัคซีนรวมโรค คือวัคซีนป้องกันโรค หัดสุนัข ตับอักเสบ เลปโตสไปโรซีส ลำไส้อักเสบ และ พาราอินฟลูเอนซ่า รวม 5 โรคอยู่ในเข็มเดียวกันหมายเหตุ วัคซีนชนิดที่ 2 และ 3 จะเหมือนกับวัคซีนชนิดที่ 4 แต่ในวัคซีนชนิดที่ 4มักจะมีเพิ่มวัคซีนป้องกันโรคพาราอินฟลูเอนซ่า เข้าไปด้วยอีกชนิดหนึ่ง ดังนั้นจึงเลือกใช้เพียงแบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น
โปรแกรมการฉีดวัคซีนในสุนัข แบบที่ 1
อายุสุนัข 6 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลำไส้อักเสบ
อายุสุนัข 8 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดสุนัข ตับอักเสบ และเลปโตสไปโรซีส
อายุสุนัข 10 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลำไส้อักเสบ ซ้ำครั้งที่ 2
อายุสุนัข 12 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรค หัดสุนัข ตับอักเสบ และเลปโตสไปโรซีส ซ้ำครั้งที่ 2
อายุสุนัข 14 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
อายุสุนัข 1 ปี ฉีดวัคซีนซ้ำอย่างละเข็มและฉีดซ้ำ ๆ ทุกปี
โปรแกรมการฉีดวัคซีนในสุนัข แบบที่ 2
อายุสุนัข 1 เดือนครึ่ง ฉีดวัคซีนรวม 5 ชนิด
อายุสุนัข 2 เดือนครึ่ง ฉีดวัคซีนรวม 5 ชนิดครั้งที่ 2
อายุสุนัข 3 เดือน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
อายุสุนัข 1 ปี ฉีดวัคซีนอย่างลำเข็มและฉีดซ้ำทุกปี
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนในสุนัข
สุนัขที่ฉีดวัคซีนต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ และไม่มีพยาธิ
ห้ามฉีดวัคซีนในขณะที่สุนัขป่วยโดยเด็ดขาด
หลังการฉีดวัคซีนทุกชนิดอย่าอาบน้ำให้สุนัขอย่างน้อย 7 วัน ทั้งนี้เพราะสุนัขอาจจะมีไข้ ไม่สบาย และมีผลต่อการสร้างภูมิคุ้มกัน
การฉีดวัคซีนที่ผิดพลาดไปจากโปรแกรม ควรปรึกษาสัตวแพทย์
มีสุนัขบางตัวถึงแม้จะฉีดวัคซีนครบ แต่อาจไม่สร้างภูมิคุ้มกันหรือสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่ดี (พบน้อย)
เมื่อมีโรคเกิดขึ้นกับสุนัขตัวหนึ่งตัวใด อย่านำสุนัขตัวอื่นที่เล่นคลุกคลีกับสุนัขป่วยไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคนั้น แต่ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์โดยทันที
ในบริเวณที่มีการระบาดของโรคอยู่บ่อย ๆ อาจจะฉีดวัคซีนเพิ่มมากขึ้นกว่าที่กำหนดเป็น 3 หรือ4 เข็มก็ได้โดยขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์
อย่าเข้าใจผิดว่า หลังการฉีดวัคซีนแล้ว ภูมิคุ้มกันจะเกิดขึ้นทันทีจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 14 วัน ภูมิคุ้มกันจึงจะเพียงพอต่อการป้องกันโรคได้
การออกกำลังกายของสุนัข
การออกกำลังกาย คือหัวใจสำคัญของการชะลอการเจริญเติบโต ลูกสุนัขที่มีความกระฉับกระเฉงจะ สามารถกินอาหารได้มาก จึงมั่นใจว่าลูกสุนัขจะได้รับสารอาหารที่เพียงพอ นอกจากนี้การควบคุมสัดส่วนของกล้ามเนื้อและไขมันคือจุดมุ่งหมายของ การควบคุมอัตราการเจริญเติบโตอย่างช้าๆ การมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงจะช่วยให้การประสานงานตัวของกระดูกดีขึ้นและช่วยไม่ให้ลูกสุนัขเกิดการบาด เจ็บภายใน ผู้เขียนเชื่อว่าการปล่อยให้สุนัขเดินอย่างอิสระเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่เหมาะสำหรับสุนัขไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุใดก็ตาม วิธีการออก กำลังกายที่จะแนะนำคือให้คุณพาสุนัขไปเดินในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยโดยให้สุนัขสามารถเดินหรือวิ่งอย่างอิสระตามที่มันอยากจะทำ แต่ว่าเป็นไปไม่ ได้ที่ทุกคนจะสามารถพาสุนัขไปออกกำลังกายเป็นประจำ แต่อาจสามารถทำได้ในช่วงวันหยุดเสาร์แบะอาทิตาย์ ซึ่งมีทางเลือกหลายวิธีที่คุณสามารถนำ ไปปฏิบัติ โดยเริ่มจากการพาสุนัขเดินด้วยระยะทาง 1/2 ไมล์ สำหรับลูกสุนัขวัยตั้งแต่ 8 สัปดาห์ขึ้นไป โดยเดินสัปดาห์ละ 4-5 วัน จากนั้นก็เพิ่มระยะ ทางอีก 1/2 ไมล์ โดยปฏิบัติสัปดาห์เว้นสัปดาห์ แต่ถ้าคุณไม่ได้ทำตามตาราง อย่าโดดข้ามสัปดาห์นั้น ให้เริ่มต้นนับใหม่จากสัปดาห์ที่คุณโดดข้ามไป แต่ ถ้าคุณโดดข้ามเว้นไปหลายสัปดาห์ ควรเริ่มปฏิบัติตามโปรแกรมใหม่หมด ในระดับที่ 3 ไมล์ต่อวัน จะมีผลต่อกล้ามเนื้อ ช่วยให้รูปร่างสุนัขคล้ายกับนักกีฬา โปรดจำไว้ว่า ผู้เขียนต้องการให้คุณเดินกับสุนัขเป็นเวลา 3 ไมล์ แต่ถ้าคุณกักสุนัขไว้เป็นเวลานาน คุณอาจเพิ่มระยะทางเพื่อเป็นการชดเชย และระหว่าง ที่คุณเดินคุณต้องเดินด้วยความกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวา เพื่อสุนัขจะได้วิ่งอย่างเป็นอิสระ เท่ากับเป็นการออกกำลังกายไปในตัว แต่โปรดระวังในช่วง ที่อากาศร้อนหรือหนาวที่อาจก่อปัญหากับสุนัขได้
ตารางการออกกำลังกายที่เหมาะสม
อายุ(สัปดาห์) ระยะทาง/ไมล์ จำนวนครั้ง/สัปดาห์
8 --1/2-- 4-5

10 --1-- 4-5

12 --1.5 --4-5

14 --2-- 4-5

16 --2.5 --4-5

18 --3 --4-5

คำเตือนห้ามพาลูกสุนัขที่มีอายุต่ำกว่า 18 เดือน วิ่งควบไปพร้อมกับจักรยาน ขอแนะนำให้นำสุนัขไปทำการ ตรวจเอ็กซเรย์เกี่ยวกับกระดูกข้อสะโพกเสียก่อนเพื่อความปลอดภัย และสุดท้ายผู้เขียนขอให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณในการอ่านและหวังอย่างยิ่งว่าผู้เขียนคงจะให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสุนัขตามที่ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์มา และขอให้ผู้เลี้ยงสุนัขโกลเด้นจงประสบความสำเร็จในการเลี้ยงสุนัข ของท่านด้วย
การควบคุมการเจริญเติบโตของลูกสุนัข


วัตถุประสงค์ ในการควบคุมลูกสุนัขที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 4 เดือน ให้มีอัตราการเจริญเติบโต อย่างช้าๆ หมายถึงลูกสุนัขจะถูกเลี้ยงให้มีขนาดเล็กและมีการพัฒนาการทางร่างกายน้อยกว่าลูกสุนัขในวัยเดียวกันที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้หมายถึงว่าจะเข้าไปขัดขวางการเจริญเติบโตของลูกสุนัขอย่างถาวร ซึ่งสุดท้ายลูกสุนัขก็จะเจริญเติบโตในระดับปกติ ถูกต้องตรงตาม พันธุกรรม การเจริญเติบโตอย่างช้าๆ ของลูกสุนัขที่ใช้เวลายาวนานกว่าลูกสุนัขที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วหมายถึง กราฟแสดงการเจริญเติบโต ของลูกสุนัขจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปและสม่ำเสมอ โดยหลีกเลี่ยงการไปเร่งการเจริญเติบโตของลูกสุนัขที่รวดเร็วเกินไป เป้าหมายของการควบคุมการเจริญเติบโตของลูกสุนัขเป็นไปอย่างช้าๆ เพื่อช่วยให้การพัฒนาการของกระดูกและข้อต่อต่างๆ เป็นไปอย่าง เหมาะสม การเจริญเติบโตที่รวดเร็วเกินไป จะทำให้สภาวะทางร่างกายของลูกสุนัขเกิดความเครียด ซึ่งมีผลทำให้เกิดปัญหากับลูกสุนัขได้ เช่น ข้อสะโพกเสื่อม(HIP DYSPLASIA) และPANOSTEITIS ยิ่งไปกว่านั้น ลูกสุนัขที่เจริญเติบโตเร็วเกินไปจะมีอาการบาดเจ็บสะสมของกระดูก กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อ ในระหว่างการเล่นหรือออกกำลังกาย อัตราการเจริญเติบโตของลูกสุนัขสามารถกำหนดได้ด้วยชนิดและปริมาณของอาหารที่ลูกสุนัขได้รับ มีข้อสังเกตในการโฆษณาเพื่อบรรยาย สรรพคุณของอาหารและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นที่สำหรับใช้เลี้ยงลูกสุนับซึ่งผู้ผลิตพยายามสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ จะให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกสุนัข แต่ในความเป็นจริงมันอาจเป็นอันตรายต่อลูกสุนัข ในทางกลับกัน จุดประสงค์ที่ให้ลูกสุนัขกินและเจริญเติบโตโดย ธรรมชาติเป็นอย่างไรมักมีผู้เข้าใจสับสนระหว่างสุนัขที่ผอมบางกับสุนัขที่ผอมซูบและขี้โรค ลูกสุนัขที่จะนำไปประกวดมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับสารอาหารมากเกินไป สาเหตุเพราะเจ้าของส่วนมากต้องการให้ลูกสุนัขมีพัฒนาการทาง ร่างกายที่รวดเร็วเพื่อจะได้ประกวดและแข่งขัน มันเป็นความจริงที่ว่าการให้อาหารลูกสุนัขมากเกินไปจะทำให้ลูกสุนัขมีโครงสร้างที่ซูบผอมลงเมื่อ โตขึ้น เปรียบเทียบกับลูกสุนัขที่มีโครงสร้างบอบบางแบบชั่วคราวแต่เมื่อโตขึ้นกลับมีโครงสร้างที่สมบูรณ์สวยงาม ซึ่งการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว เกินไปจะไปทำลายกระดูก และข้าต่อส่วนต่างๆ ของลูกสุนัขที่มีพัฒนาการไม่สมบูรณ์เต็มที่ อัตราการเจริญเติบโตอย่างช้าๆ ถึงปกติ ที่เป็นไปตามธรรมชาติในขณะที่ลูกสุนัขมีสุขภาพที่ดี ลูกสุนัขจะต้องดูผอมถึงผอมมาก (คำเตือน :เพื่อนๆ เพื่อนบ้านหรือแม้กระทั่ง สัตวแพทย์ของคุณอาจลงความเห็นว่าสุนัขของคุณขาดอาหาร) การเพิ่มปริมาณอาหารแก่ลูกสุนัขเพื่อนำไปสร้าง การเจริญเติบโตในระดับที่เหมาะสมหมายถึง แม้สุนัขจะกินอาหารมากเกินไปแต่จะต้องดูไม่อ้วนหรือโตเร็วเกินไป สุนัขที่อ้วนจัดอยู่ในภาวะที่โตเร็ว เกินไป
ตารางควบคุมน้ำหน้ก (Target Weights)
อายุ น้ำหนัก
แรกเกิด 1 ปอนด์
1 สัปดาห์ 2 ปอนด์
2 สัปดาห์ 3 ปอนด์
3 สัปดาห์ 4 ปอนด์
4 สัปดาห์ 5 ปอนด์
5 สัปดาห์ 6 ปอนด์
6 สัปดาห์ 7 ปอนด์
7 สัปดาห์ 8 ปอนด์
8 สัปดาห์ 9 ปอนด์
10 สัปดาห์ 12 ปอนด์
12 สัปดาห์ 15-16 ปอนด์
16 สัปดาห์ 22-23 ปอนด์
20 สัปดาห์ 28-30 ปอนด์
หลัง 20 สัปดาห์ จะเพิ่มอาหารขึ้นบ้าง ให้หุ่นดูดีขึ้นบ้างแต่ห้ามอ้วน เวลาวิ่งท้องต้องไม่หมุน ถ้าท้องหมุนต้องลดอาหารลงอีก ถ้าเทียบในรุ่นอายุ 6-9 เดือน จะดูขนาดเล็กกว่า (Undersize) แต่จะเติบโตต่อไปจนเต็มศักยภาพทางพันธุกรรมในที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น